โภชนาการและแคลอรี่

น้ำตาลมะพร้าว ดีกว่าน้ำตาลทรายไหม?

GI 35 บนป้ายร้านขนมคลีน มาจากงานวิจัยชิ้นเดียวที่ยังไม่มีใครทำซ้ำได้ บทความนี้กางตัวเลขจริงและบอกว่าควรใช้อะไรแทน

3 ตุลาคม 25697 นาทีในการอ่าน43 views
น้ำตาลมะพร้าว ดีกว่าน้ำตาลทรายไหม?

ป้ายหน้าร้านขนมสายสุขภาพเกือบทุกร้านเขียนเลขเดียวกัน — ใช้น้ำตาลมะพร้าว ค่า GI ต่ำ 35 ตัวเลขนั้นมีที่มาจริง แต่มาจากงานวิจัยชิ้นเดียวที่ยังไม่มีใครทำซ้ำได้สำเร็จ

น้ำตาลมะพร้าวขายปลีกแพงกว่าน้ำตาลทรายหลายเท่า และคนจ่ายส่วนต่างนั้นเพื่อความสบายใจว่าน้ำตาลในเลือดจะไม่พุ่ง

ข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางและงานทดลองในผู้ป่วยเบาหวานชี้ภาพที่ต่างจากป้ายอยู่พอสมควร คำตอบไม่ใช่ว่าน้ำตาลมะพร้าวแย่ แต่คือมันไม่ได้เปลี่ยนโจทย์อย่างที่โฆษณาทำให้เข้าใจ

เลข 35 นั้นใครเป็นคนวัด

ค่า GI 35 ที่ถูกอ้างต่อกันทั่วโลกย้อนไปถึงการวัดของ Food and Nutrition Research Institute หน่วยงานรัฐของฟิลิปปินส์ในช่วงต้นทศวรรษ 2000

จุดที่ควรรู้คือฟิลิปปินส์เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลมะพร้าวรายใหญ่ของโลก หน่วยงานที่วัดจึงมีส่วนได้ส่วนเสียกับผลลัพธ์โดยตรง

งานชิ้นนั้นใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก และจนถึงวันนี้ยังไม่มีห้องปฏิบัติการอิสระรายใดทำซ้ำได้ค่าใกล้เคียงกัน ตัวเลขที่ร้านขนมในไทยติดป้ายกันอยู่จึงยืนบนขาเดียว

ค่า GI ที่น่าเชื่อถือต้องมาจากการทดลองในคนอย่างน้อย 10 ราย เทียบกับกลูโคส 50 กรัม และควรทำซ้ำได้ในห้องปฏิบัติการอื่น — เกณฑ์นี้คือเหตุผลที่เลขจากงานเดี่ยวหนึ่งชิ้นยังถือเป็นข้อสรุปไม่ได้

คนนอกวัดได้ 54 ไม่ใช่ 35

หน่วยบริการวัดค่าดัชนีน้ำตาลของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงที่ฐานข้อมูล GI สากลใช้กันมากที่สุด วัดน้ำตาลมะพร้าวได้ที่ 54

น้ำตาลทรายหรือซูโครสอยู่ที่ราว 65 ส่วนเกณฑ์ที่เรียกว่า GI ต่ำ คือไม่เกิน 55 พอดี น้ำตาลมะพร้าวจึงอยู่ตรงเส้นแบ่ง ไม่ใช่ลึกเข้าไปในเขตปลอดภัยอย่างที่เลข 35 ชวนให้คิด

ตัวอย่างที่วัดค่า GI
มะพร้าว ฟิลิปปินส์35
มะพร้าว ซิดนีย์54
น้ำตาลทราย65
กลูโคส อ้างอิง100

ยังมีข้อจำกัดอีกชั้นที่ป้ายหน้าร้านไม่เคยบอก ค่า GI วัดจากการให้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้ 50 กรัมในครั้งเดียว ซึ่งเทียบเท่าน้ำตาลราว 12 ช้อนชา

แทบไม่มีใครกินน้ำตาล 12 ช้อนชาในขนมชิ้นเดียว ตัวเลขที่ใกล้ชีวิตจริงกว่าจึงเป็นปริมาณน้ำตาลรวมที่กินเข้าไปทั้งวัน ไม่ใช่อันดับ GI ของวัตถุดิบตัวใดตัวหนึ่ง

ช่องว่างระหว่าง 35 กับ 54 ไม่ใช่เรื่องปลีกย่อย เพราะมันคือความต่างระหว่างคำว่า อาหาร GI ต่ำ กับ อาหาร GI ปานกลาง ซึ่งเปลี่ยนคำแนะนำสำหรับคนเป็นเบาหวานไปทั้งหมด

ในร่างกายคนจริง ต่างกันแค่ไหน

ค่า glycemic index เป็นเพียงตัวเลขจากห้องทดลอง สิ่งที่ตอบโจทย์กว่าคือเลือดของคนที่ต้องคุมน้ำตาลจริง ๆ ขึ้นต่างกันไหม

งานตีพิมพ์ใน Journal of Future Foods ปี 2022 ให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 43 ราย ที่โรงพยาบาลแห่งชาติโคลัมโบ กินน้ำตาลจากงวงมะพร้าวและน้ำตาลทรายอ้อยสลับกัน

ผลคือระดับน้ำตาลสูงสุดหลังกินและพื้นที่ใต้กราฟ ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ คณะผู้วิจัยสรุปตรง ๆ ว่าน้ำตาลจากมะพร้าวใช้แทนน้ำตาลทรายในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่ได้

งานอีกชิ้นในคนสุขภาพดี 30 ราย ที่ให้กินน้ำตาลมะพร้าว ซูโครส และน้ำตาลทรายแดง อย่างละ 50 กรัม ก็พบกราฟน้ำตาลที่นาที 15 30 และ 60 เหมือนกันทางสถิติ ต่างเฉพาะนาทีที่ 45 ที่น้ำตาลมะพร้าวลงช้ากว่าเล็กน้อย

เปิดถุงดูข้างใน คือซูโครส 70–79%

เหตุผลที่ผลออกมาเหมือนกันไม่ใช่เรื่องน่าแปลก เพราะโมเลกุลข้างในแทบเป็นตัวเดียวกัน

การวิเคราะห์น้ำหวานจากงวงมะพร้าวด้วย HPLC พบว่าสัดส่วนซูโครสอยู่ที่ 70–79% ที่เหลือเป็นกลูโคสและฟรักโทสอิสระอย่างละไม่กี่เปอร์เซ็นต์

ซูโครสคือโมเลกุลเดียวกับน้ำตาลทราย ร่างกายย่อยด้วยเอนไซม์ ซูเครส ตัวเดียวกัน แตกออกเป็นกลูโคสกับฟรักโทสเหมือนกัน

พลังงานก็ไม่หนีกัน น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา (ราว 4 กรัม) ให้ประมาณ 15 แคลอรี่ ขณะที่น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา (4.2 กรัม) ให้ราว 16 แคลอรี่ — ข้อมูลพลังงานน้ำตาลทรายจาก USDA FoodData Central รายการ 169655 ซึ่งระบุ 387 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม

ชาเย็น 1 แก้ว เปลี่ยนน้ำตาลแล้วได้อะไรคืน

ลองวางตัวเลขลงบนของที่สั่งกันทุกวัน ชาไทยเย็นแก้วเดียวมีน้ำตาลราว 13 ช้อนชา ซึ่งเกินเพดานที่องค์การอนามัยโลกแนะทั้งวันไปกว่าเท่าตัว

ถ้าร้านเปลี่ยนไปใช้น้ำตาลมะพร้าวในปริมาณความหวานเท่ากัน พลังงานจะลดจากราว 210 แคลอรี่ เหลือราว 195 แคลอรี่

ส่วนต่างคือ ไม่ถึง 20 แคลอรี่ ต่อแก้ว หรือราว 7% ขณะที่ปริมาณน้ำตาลรวมที่เข้าสู่ร่างกายแทบไม่ขยับเลย

เทียบกับการสั่งหวาน 50% ซึ่งตัดน้ำตาลลงครึ่งหนึ่งทันที การเปลี่ยนชนิดน้ำตาลคือการขยับตัวแปรที่เล็กที่สุดในสมการ

แร่ธาตุที่ชูกัน ต้องกินเท่าไหร่ถึงจะพอ

ข้อขายอีกข้อของน้ำตาลมะพร้าวคือมันไม่ได้ถูกขัดสีจนเกลี้ยง จึงเหลือโพแทสเซียม เหล็ก สังกะสี และสารกลุ่ม พอลิฟีนอลติดมาด้วย ข้อนี้จริง

คำถามที่ควรถามต่อคือ จริงในปริมาณที่มีความหมายหรือไม่

การประเมินของ Tufts Health and Nutrition Letter ระบุว่าถ้าจะได้เหล็กและสังกะสีราวอย่างละ 2 มิลลิกรัมจากน้ำตาลมะพร้าว ต้องกินประมาณ 33 ช้อนชา หรือราวสองในสามถ้วยตวง ซึ่งเท่ากับแร่ธาตุที่ได้จากไก่อบ 6 ออนซ์จานเดียว

33 ช้อนชาคือน้ำตาลราวหนึ่งขีดครึ่ง และให้พลังงานเกือบ 500 แคลอรี่ ไม่มีใครกินน้ำตาลเพื่อเอาแร่ธาตุในระดับนั้น

แล้วน้ำตาลมะพร้าวแย่กว่าน้ำตาลทรายไหม

ไม่ ตัวเลขทั้งหมดข้างต้นไม่ได้บอกว่าน้ำตาลมะพร้าวแย่กว่า มันดีกว่าอยู่เล็กน้อยในหลายด้าน เพียงแต่ส่วนต่างนั้นเล็กเกินกว่าที่จะใช้เป็นเหตุผลให้กินหวานเพิ่ม

คำที่ตรงที่สุดคือ น้ำตาลมะพร้าว ไม่ใช่ใบอนุญาตให้กินหวานมากขึ้น ถ้าเปลี่ยนชนิดน้ำตาลแล้วใส่เพิ่มเพราะสบายใจ ผลลัพธ์แย่กว่าเดิม

แล้วควรใช้อะไรแทน

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าคนไทยกินน้ำตาลเฉลี่ยราว 25 ช้อนชาต่อวัน หรือมากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกประมาณ 4 เท่า

ช่องว่างขนาดนั้นไม่มีการเปลี่ยนชนิดน้ำตาลแบบใดปิดได้ สิ่งที่ปิดได้คือจำนวนช้อน

ลำดับความสำคัญที่ได้ผลจริงเรียงจากมากไปน้อย คือลดปริมาณความหวานรวมก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องชนิดน้ำตาล

  • ลดปริมาณรวมก่อน — องค์การอนามัยโลกแนะให้น้ำตาลอิสระไม่เกิน 10% ของพลังงานทั้งวัน และถ้าทำได้ควรต่ำกว่า 5% ซึ่งเท่ากับราว 6 ช้อนชาสำหรับคนที่กิน 2,000 แคลอรี่
  • ใช้เกณฑ์หวาน 50% — ตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 กรมอนามัยร่วมกับแบรนด์เครื่องดื่มชงรายใหญ่ 9 แบรนด์ ปรับให้ระดับหวานปกติเท่ากับหวาน 50% ของสูตรเดิม สั่งตามค่าเริ่มต้นใหม่คือลดได้ครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องคิดเอง
  • สารให้ความหวานพลังงานต่ำ ใช้เป็นสะพาน ไม่ใช่ปลายทาง — แนวทางองค์การอนามัยโลกปี 2566 ไม่แนะนำให้ใช้สารให้ความหวานที่ไม่ใช่น้ำตาลเพื่อคุมน้ำหนักหรือลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ โดยเป็นคำแนะนำแบบมีเงื่อนไขและยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว
  • เปลี่ยนลำดับการกิน — กินผักกับโปรตีนก่อนแล้วปิดท้ายด้วยข้าว กดน้ำตาลหลังมื้อลงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบเลย

ที่สำคัญคือเป้าหมายไม่ใช่การตัดน้ำตาลให้เหลือศูนย์ การตัดเกลี้ยงมีราคาที่ต้องจ่ายในตัวมันเอง สิ่งที่ใช้ได้คือตัวเลขรวมต่อวันที่อยู่ในกรอบ

อ่านฉลากขนม น้ำตาลมะพร้าว 100% อย่างไร

คำโฆษณาบนหน้าถุงกับตัวเลขบนฉลากเป็นของสองชิ้นที่ไม่เกี่ยวกัน

ดูช่องน้ำตาลบนฉลาก GDA ก่อนทุกครั้ง
ขนมขบเคี้ยวหลายกลุ่มในไทยต้องแสดงพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียมต่อบรรจุภัณฑ์แบบ GDA ที่ด้านหน้า ตัวเลขน้ำตาลในช่องนั้นนับรวมน้ำตาลมะพร้าวด้วยอยู่แล้ว
น้ำตาลมะพร้าว 100% บอกอะไร
บอกเพียงว่าน้ำตาลที่เติมลงไปเป็นน้ำตาลมะพร้าวทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าใส่มากหรือน้อย และไม่ใช่ข้อความที่ลดตัวเลขในช่องน้ำตาลลงแม้แต่กรัมเดียว
คำว่า GI ต่ำ บนฉลากใช้ได้ไหม
การกล่าวอ้างทางสุขภาพบนฉลากอาหารในไทยอยู่ใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดรายการข้อความที่อนุญาตไว้ชัดเจน ข้อความเชิงสุขภาพที่ปรากฏบนป้ายหน้าร้านหรือสื่อโฆษณาจึงไม่เท่ากับการรับรองของทางการ

วิธีตรวจที่เร็วที่สุดคือมองหาเลขกรัมน้ำตาลต่อหนึ่งหน่วยบริโภค แล้วหารด้วย 4 เพื่อแปลงเป็นช้อนชา ถ้าได้เกิน 6 ช้อนชาในชิ้นเดียว คำว่าน้ำตาลมะพร้าวไม่ได้ช่วยอะไร

หลักการเดียวกันนี้ใช้กับคำกล่าวอ้างอื่นบนฉลากได้หมด รวมถึงกรณี ข้อความ 0% น้ำตาล ที่ไม่ได้แปลว่าศูนย์จริง

เลือกใช้แบบไหน

ถ้าชอบรสคาราเมลอ่อนและกลิ่นของน้ำตาลมะพร้าว ใช้ได้เลย ไม่มีเหตุผลทางสุขภาพที่ต้องเลิก

แต่ถ้าซื้อเพราะเชื่อว่า GI 35 จะทำให้กินขนมได้มากขึ้นโดยน้ำตาลไม่พุ่ง ตัวเลขจากซิดนีย์ที่ 54 และผลเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน 43 รายในโคลัมโบบอกว่าไม่ใช่

ตัวแปรที่เปลี่ยนผลลัพธ์จริงยังเป็นตัวเดิม คือจำนวนช้อนชาต่อวัน ไม่ใช่ชื่อบนถุง

แหล่งอ้างอิง

  1. USDA FoodData Central — Sugars, granulated (FDC 169655)
  2. The University of Sydney — Glycemic Index Research Service and GI database
  3. Journal of Future Foods (2022) — Comparison of blood glucose responses by cane sugar versus coconut jaggery in type 2 diabetes patients
  4. NCBI PMC — Coconut (Cocos nucifera L.) sap as a potential source of sugar: antioxidant and nutritional properties
  5. World Health Organization (2023) — Use of non-sugar sweeteners: WHO guideline
  6. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข — นโยบายหวานปกติ เท่ากับ หวาน 50% (11 กุมภาพันธ์ 2569)
แท็ก
#น้ำตาลมะพร้าว#ดัชนีน้ำตาล#GI#น้ำตาลทราย#ลดน้ำตาล

บทความที่เกี่ยวข้อง