น้ำเปล่าหนึ่งแก้วดื่มพร้อมมื้อกลางวัน แทบไม่ทำให้อิ่มขึ้นเลย แต่ถ้าเอาน้ำปริมาณเท่ากันไปต้มรวมกับอาหารจนกลายเป็นซุป ความอิ่มกลับพุ่งขึ้นชัดเจน
ความต่างนี้ไม่ใช่ความรู้สึก แต่เป็นสิ่งที่ห้องแล็บโภชนาการวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ กุญแจอยู่ที่ น้ำในอาหาร ไม่ใช่น้ำในแก้ว และมันคือเหตุผลว่าทำไมอาหารน้ำเยอะอย่างซุป แตงกวา หรือผักต้ม ถึงกินแล้วอิ่มคุ้มแคลกว่าอาหารหน้าตาเดียวกันแต่แห้งกว่า
ทำไมน้ำในจานถึงอิ่มกว่าน้ำในแก้ว
งานวิจัยคลาสสิกของ Rolls และคณะ ตีพิมพ์ใน American Journal of Clinical Nutrition ปี 1999 ทดสอบเรื่องนี้ตรง ๆ นักวิจัยให้อาสาสมัครกินอาหารนำมื้อกลางวันสามแบบ ปริมาณพลังงานเท่ากัน ต่างกันแค่รูปแบบของน้ำ
กลุ่มที่กินอาหารซึ่ง ต้มรวมน้ำจนเป็นซุป อิ่มมากที่สุด และกินมื้อถัดไปน้อยลง ส่วนกลุ่มที่กินอาหารแห้งแล้ว ดื่มน้ำเปล่าปริมาณเท่ากัน ควบคู่ไปด้วย แทบไม่ต่างจากกลุ่มที่ไม่ดื่มน้ำเลย
น้ำที่กลืนแยกจากอาหารจะไหลออกจากกระเพาะเร็ว ส่วนน้ำที่ผสานอยู่ในเนื้ออาหารจะค้างในกระเพาะนานกว่า ยืดเวลาความอิ่ม — Rolls & Bell, AJCN 1999
กลไกอยู่ที่การบีบตัวของกระเพาะ เมื่อกินอาหารแข็งแล้วดื่มน้ำตาม น้ำจะแยกชั้นและระบายออกอย่างรวดเร็ว เหลือแต่กากอาหารที่ปริมาตรไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง แต่เมื่อน้ำถูกปั่นหรือต้มรวมเป็นเนื้อเดียวกับอาหาร ปริมาตรในกระเพาะจะใหญ่ขึ้นและอยู่นานขึ้น สมองจึงรับสัญญาณว่า อิ่มแล้ว
พลังงานต่อกรัม คือตัวเลขที่ตัดสินความอิ่ม
นักวิจัยเรียกหลักการนี้ว่า energy density หรือความหนาแน่นพลังงาน หมายถึงจำนวนแคลอรี่ต่อน้ำหนักอาหาร 1 กรัม ยิ่งตัวเลขต่ำ ยิ่งกินได้ปริมาณเยอะโดยแคลไม่พุ่ง
องค์ประกอบที่กดตัวเลขนี้ลงมากที่สุดคือน้ำ เพราะน้ำให้พลังงาน 0 แคลอรี่ต่อกรัม ขณะที่ไขมันให้ถึง 9 แคลอรี่ต่อกรัม อาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงจึงเจือจางพลังงานลงโดยอัตโนมัติ
| อาหาร | พลังงาน |
|---|---|
| แตงกวา (น้ำ ~96%) | 15 kcal/100g |
| แตงโม (น้ำ ~92%) | 30 kcal/100g |
| มันฝรั่งต้ม (น้ำ ~77%) | 87 kcal/100g |
ตัวเลขจาก USDA FoodData Central ชี้ชัดว่าแตงกวาให้พลังงานราว 0.15 แคลอรี่ต่อกรัม เท่านั้น กินหนึ่งลูกยังไม่ถึงข้าวหนึ่งคำ ส่วนแตงโมทั้งชิ้นใหญ่ก็ยังต่ำกว่าขนมกรุบกรอบซองเล็ก
ซุปนำมื้อ ตัดแคลมื้อหลักได้ 20%
ถ้าน้ำในอาหารช่วยเรื่องความอิ่มจริง คำถามต่อมาคือมันแปลเป็นแคลอรี่ที่กินน้อยลงได้จริงไหม งานวิจัยของ Flood และ Rolls ในวารสาร Appetite ปี 2007 ตอบคำถามนี้
ทีมวิจัยให้อาสาสมัคร 60 คน กินซุปผักหนึ่งถ้วยก่อนมื้อกลางวัน แล้ววัดปริมาณที่กินในมื้อหลัก ผลคือคนที่กินซุปนำ กินพลังงานรวมทั้งมื้อ น้อยลงราว 20% หรือประมาณ 134 แคลอรี่ เทียบกับวันที่ไม่ได้กินซุปนำ
ซุปผักหนึ่งถ้วยก่อนมื้อ ลดพลังงานรวมของมื้อนั้นลงเฉลี่ย 134 แคลอรี่ — Flood & Rolls, Appetite 2007 (n=60)
ที่น่าสนใจคือซุปใส ซุปข้น และซุปปั่นละเอียด ให้ผลใกล้เคียงกันหมด สิ่งที่สำคัญไม่ใช่รสหรือความข้น แต่คือปริมาตรน้ำที่เข้าไปเติมกระเพาะก่อนอาหารจานหลักจะมาถึง
อาหารน้ำเยอะที่คุ้มแคลในครัวไทย
ข่าวดีคือครัวไทยเต็มไปด้วยอาหารน้ำเยอะโดยธรรมชาติ ไม่ต้องซื้อของแปลกหรือแพง จัดกลุ่มได้ตามนี้
- ซุปและต้มใส — ต้มจืด แกงจืด ต้มยำน้ำใส ต้มโคล้ง ล้วนมีน้ำเป็นฐาน พลังงานต่ำถ้าไม่ใส่กะทิ
- ผักน้ำเยอะ — แตงกวา ผักกาดขาว บวบ ฟักเขียว มะเขือเทศ ทั้งหมดน้ำเกิน 90% กินเป็นกำก็แทบไม่เพิ่มแคล
- ผลไม้ฉ่ำน้ำ — แตงโม ส้มโอ แคนตาลูป สตรอว์เบอร์รี อิ่มหวานได้โดยพลังงานต่ำกว่าผลไม้เนื้อแน่นอย่างทุเรียนหรือกล้วยหลายเท่า
- ผักต้มและผักลวก — การต้มหรือลวกเพิ่มน้ำเข้าเนื้อผัก ดันปริมาตรขึ้นโดยไม่เติมน้ำมัน
ในทางกลับกัน อาหารที่แห้งและมันคือฝั่งตรงข้าม ของทอด ขนมอบ ถั่วคั่ว หรือขนมกรุบกรอบ มีน้ำน้อยและไขมันสูง ทำให้ energy density พุ่ง กินนิดเดียวก็ได้แคลเท่าซุปทั้งชาม แต่อิ่มสั้นกว่ามาก
จัดจานให้อิ่มนานโดยไม่ต้องอด
หลักการน้ำในอาหารเอามาใช้จริงได้ทันทีโดยไม่ต้องนับแคลทุกคำ แค่ปรับลำดับและสัดส่วนของจาน
เริ่มมื้อด้วยของน้ำเยอะ
ตักต้มจืดหรือซุปผักหนึ่งถ้วยก่อนลงมือมื้อหลัก หรือกินแตงกวาสองสามชิ้นระหว่างรอ วิธีนี้เติมปริมาตรกระเพาะล่วงหน้า ทำให้เผลอตักข้าวและกับที่พลังงานสูงน้อยลงเองโดยไม่รู้สึกว่าอด
เพิ่มผักน้ำเยอะแทนที่ ไม่ใช่เพิ่มเข้าไป
เคล็ดลับคือใช้ผักน้ำเยอะ แทนที่ ส่วนของอาหารพลังงานสูง เช่น ลดข้าวลงครึ่งทัพพีแล้วเติมผักลวกเข้ามาแทน ปริมาณอาหารในจานเท่าเดิมหรือมากกว่า แต่แคลรวมลดลง
- เหมาะกับใคร
- คนที่หิวบ่อย กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม และคนที่ลดแคลแล้วทรมานเพราะปริมาณอาหารน้อยเกินไป
- ข้อควรระวัง
- ระวังกับดักน้ำซุปที่ใส่กะทิ น้ำมัน หรือเนื้อสัตว์ติดมันเยอะ เพราะไขมันดันพลังงานกลับขึ้นจนหักล้างข้อดีของน้ำ
- อย่าลืมโปรตีน
- น้ำช่วยเรื่องปริมาตร แต่โปรตีนช่วยเรื่องอิ่มนานข้ามมื้อ จานที่ดีควรมีทั้งของน้ำเยอะและโปรตีนไม่ติดมัน
เลือกกินอย่างไรให้ได้ผลจริง
อาหารน้ำเยอะไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้ผอมเอง แต่เป็นเครื่องมือกดพลังงานต่อคำลง โดยไม่ต้องลดปริมาณอาหารจนหิวโหย งานทบทวนวิจัยระยะยาวพบว่าคนที่กินอาหารพลังงานต่ำและใยสูงต่อเนื่อง ลดน้ำหนักได้ราว 3.4 กิโลกรัม เทียบกับ 1 กิโลกรัม ในกลุ่มที่ลดแค่ไขมันอย่างเดียว
สอดคล้องกับที่กรมอนามัยและองค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินผักผลไม้ให้ถึง 400 กรัมต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่คืออาหารน้ำเยอะพลังงานต่ำนั่นเอง เริ่มจากซุปหนึ่งถ้วยและผักหนึ่งกำในทุกมื้อ คือจุดเริ่มที่ทำตามได้จริงและไม่ต้องอด
แหล่งอ้างอิง
- Rolls BJ, Bell EA, et al. Water incorporated into a food but not served with a food decreases energy intake in lean women. Am J Clin Nutr, 1999
- Flood JE, Rolls BJ. Soup preloads in a variety of forms reduce meal energy intake. Appetite, 2007
- Rolls BJ. Dietary energy density: Applying behavioural science to weight management. Nutrition Bulletin, 2017
- Holt SHA, et al. A satiety index of common foods. Eur J Clin Nutr, 1995
- USDA FoodData Central — Watermelon (FDC 167765) และ Cucumber
- กรมอนามัย และ WHO — คำแนะนำผักผลไม้ 400 กรัมต่อวัน



